วันพฤหัสบดีที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เราควรจองที่นั่งก่อนไปซื้ออาหารหรือไม่

ศูนย์อาหารเป็นที่ฝากท้องของใครหลายๆ คนที่เบื่อร้านอาหารเฟรนไชส์ตามห้าง สิ่งแรกที่คนส่วนใหญ่มักมองหาหลังจากแลกคูปองเรียบร้อยคือที่นั่ง เราจองที่นั่งก่อนไปซื้ออาหารเพื่อให้มั่นใจว่าหลังจากได้รับอาหารแล้วมีที่นั่งทานแน่นอน

ผมอาจไม่ได้ใช้บริการศูนย์อาหารบ่อยนัก แต่ถ้าไปฝากท้องเมื่อไร ผมจะซื้ออาหารก่อนแล้วค่อยหาที่นั่ง

ผมไม่ได้อินดี้อะไรหรอกครับ อย่างวันนี้ผมก็ไปซื้ออาหารตามปกติ ระหว่างมองหาที่นั่ง ผมเห็นที่นั่งกว่าครึ่งหนึ่งถูกจองไว้รอคอยคนไปซื้ออาหาร

ผมเดินวนแล้ววนอีกจนคิดในใจว่า ในระหว่างที่โต๊ะถูกจองไว้อย่างว่างเปล่า ถ้าผมได้นั่งผมคงทานอาหารเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว

อีกหลายคนที่เดินถือถาดอาหารวนหาที่นั่งก็คงทานเรียบร้อยเหมือนกันถ้าได้นั่ง

กรณีที่ของเยอะแล้วเอาของวางไว้ที่โต๊ะก่อนไปซื้ออาหาร อันนี้คงเหมาะสมดีแล้วครับ แต่หลายๆ คน ก็ไม่ได้มีของอะไร แค่ให้เพื่อนนั่งจองว่างๆ หรือเอาของเล็กๆ น้อยๆ วางจองไว้

ผมก็บ่นไปเรื่อยแหลครับ ลองดูนะครับ ถ้าไม่มีของเต็มไม้เต็มมืออะไร ผมว่าวิธีของผมน่าจะช่วยแก้ปัญหาไม่มีที่นั่งกินข้าวในศูนย์อาหารได้พอสมควรเลย

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

นับถอยหลัง... สู่การเป็นสามัญชน



ผมอาจไม่ใช่คนที่เกิดมาเพื่อเป็นครู แต่อุดมการณ์ผลักดันให้ผมได้เข้ามาอยู่ในถนนสายนี้ อาจเป็นโชคชะตาหรือลิขิตฟ้าที่เปลี่ยนให้คนอย่างผมหันมาสนใจความเป็นไปของอนาคตของชาติ แต่ท้ายที่สุดแล้วผมก็รู้สึกว่านี่ไม่ใช่เส้นทางผมควรก้าวต่อไป

กว่า 7 ปี ที่ผมอุทิศตนให้กับการศึกษาอย่างมีจุดมุ่งหมาย นับเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำที่สุดในชีวิตหนึ่งที่ได้เกิดมาบนโลกอันสวยงามใบนี้ มีสุข มีทุกข์ มีสมหวัง มีผิดหวัง ปะปนกันไป แต่อย่างน้อย ผมก็มั่นใจว่า 7 ปีที่ผ่านมา ผมได้ทำในสิ่งที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิตไปแล้ว

ผมอาจไม่ใช่ครูที่ดีที่สุด แต่ผมเชื่อว่าผมเป็นครูที่ตั้งใจที่สุดคนหนึ่ง แม้ผมไม่ได้เรียนมาทางสายนี้โดยตรง แต่ผมก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาตนเองในด้านการศึกษา ไม่เคยเกรงกลัวที่จะทำงานหนัก พยายามทุกอย่างเท่าที่ความสามารถจะอำนวย หวังว่าวันหนึ่งจะเป็นครูที่ดีและเป็นตัวต่อชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่งที่ช่วยให้การศึกษาของเราเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม ความมุ่งมั่นของผมคงไม่ยิ่งใหญ่พอที่จะทำให้การศึกษาของเราดีขึ้น เมื่อสิ่งต่างๆ ในระบบไม่เป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น การอยู่ในระบบไม่เอื้อให้ผมใช้ความสามารถได้อย่างเต็มที่และเหมาะสม จนกระทั่งวันนี้ ความทะเยอทะยานที่พลุ่งพล่านอยู่ในตัวผมไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด ผมจึงจำเป็นต้องค้นหาทางออกที่ดีที่สุดทั้งสำหรับระบบการศึกษาและตัวผม

ผมไม่ทิ้งความฝัน ความมุ่งมั่น ที่ผมสั่งสมมาทั้งชีวิตไปแน่นอน ผมจะไม่ทิ้งเด็กๆ ที่เป็นอนาคตของชาติเอาไว้ เพียงแต่ผมขอเลือกที่ไปอยู่ในจุดที่ผมจะได้ใช้ความสามารถอุทิศเพื่อการศึกษาได้อย่างเต็มที่กว่านี้ ผมจึงขอก้าวถอยออกมาจากระบบนี้ และเลือกที่จะก้าวต่อไปในเส้นทางที่ผมมีอิสระในการทำงาน มีอิสระทางความคิดมากกว่านี้ ซึ่งผมจะสามารถทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติได้อย่างเต็มที่

ผมรักนักเรียนไทย ผมรักประเทศไทยครับ
กันต์ดนัย
ครู ...

วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

R.I.P. Christopher Lee

อีกหนึ่งฉากการต่อสู้ด้วยดาบแสงที่จะเป็นที่จดจำไปตลอดกาลสำหรับแฟนๆ Star Wars

Christopher Lee นักแสดงผู้รับบท Count Dooku ได้แสดงบทบาทการต่อสู้ที่เป็นตำนานกับอาจารย์ Yoda เอาไว้ใน Star Wars Ep.2 ขณะที่เขามีอายุ 79 ปี

เมื่อวานนี้ Lee ได้สิ้นอายุขัยลงด้วยวัย 93 ปี เสียดายที่ไม่ได้อยู่ดูนักแสดงรุ่นน้องใน The Force Awakens

ขอพลังจงอยู่กับเขาตลอดไป

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อาหารเช้า... คอร์สเพิ่มเกรดง่ายๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเอง

* ภาพประกอบจาก Pantip.com


คงไม่มีใครปฏิเสธว่าอาหารเช้านั้นไม่สำคัญ ไม่ใช่เพียงช่วยให้เราอิ่มหลังจากที่ท้องว่างมาตลอดทั้งคืนที่เรานอน ล่าสุดมีงานวิจัยจากต่างประเทศที่บอกว่าอาหารเช้านั้นช่วยให้เด็กมีผลการเรียนที่ดีขึ้นอีกด้วย

วิถีชีวิตของคนกรุงเทพนั้นอยู่บนความรีบเร่งตลอดเวลา เด็กบางคนต้องทานอาหารเช้าบนรถ บางคนได้แซนด์วิชสักชิ้นก็ยังดี บางคนแค่นมกล่องเดียวก็คิดว่าพอแล้ว

ผมสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนโรงเรียนผมในตอนเช้า มีเพียงไม่ถึง 30% โดยประมาณที่มาทานอาหารเช้าที่โรงอาหาร และใน 30% นั้น กว่า 1 ใน 3 ทานเพียงแค่ขนมปังปิ้ง แซนด์วิช ข้าวปั้นสาหร่าย หรืออาจเพียงแค่นมสักกล่อง

คำว่าอาหารเช้าในทางโภชนศาสตร์นั้นหมายถึงอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ เพราะฉะนั้น การทางแซนด์วิช หรือข้าวเหนียวหมูปิ้ง ซึ่งเป็นอาหารเช้ายอดนิยมของเด็กๆ หลายคนนั้นไม่ถูกต้องเลย เรียกว่าเหมือนทานขนมเล่นๆ ไม่ได้ทานอาหารเช้าจริงๆ

มีการศึกษากว่า 21 งาน ในช่วงปี ค.ศ. 1996 - 2013 เกี่ยวกับผลของอาหารเช้าที่มีต่อการพัฒนาความคิดและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กๆ ผลการศึกษาส่วนใหญ่เป็นไปในทางเดียวกัน งานวิจัย 3 ชิ้น เห็นผลชัดเจนต่อพัฒนาการด้านผลการเรียนวิชาคณิตศาสตร์และทักษะการคิดคำนวณ และมี 4 งานวิจัย กล่าวว่าทักษะการคิดคำนวณของนักเรียนนั้น สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (significantly higher)

การศึกษาส่วนใหญ่คือการลงไปควบคุมโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนโดยดูแลการรับประทานอาหารเช้าของเด็กให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักโภชนาการ ตัวแปรตามของการศึกษาคือเกรดจากการเรียนและคะแนนการทดสอบมาตรฐานที่นักเรียนต้องเข้ารับ

ผลการศึกษาจะเห็นชัดเจนและมีความสอดคล้องกันยิ่งขึ้นในนักเรียนกลุ่มที่ไม่ได้รับการดูแลจากผู้ปกครองในเรื่องอาหารเท่าไรนัก และจะเห็นผลมากในเด็กอายุไม่ถึง 13 ปี

สำหรับผมเองนั้น ได้เริ่มรับประทานอาหารเช้าอย่างจริงจังก็ตอนที่มาศึกษาในมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ ด้วยเหตุผลคือรู้สึกว่าการใช้ชีวิตในกรุงเทพนั้นต้องใช้พลังงานจำนวนมาก ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นวันที่ยุ่งเพียงใด ผมจะต้องหาเวลาในการทานอาหารเช้าให้ได้เสมอ

เรารับประทานอาหารเย็นกันประมาณ 6 โมง ถึง 1 ทุ่ม สำหรับเด็กนักเรียนแล้ว หากไม่ได้ทานอาหารเช้า กว่า 13 ชั่วโมง ที่ไม่มีอาหารตกถึงท้องเลย ก็ต้องเข้าเรียนคาบที่ 1 เด็กหลายคนตื่นสาย มาโรงเรียนสาย และไม่ได้ทานอาหารเช้า ถึงแม้จะสามารถทนได้เพราะความเคยชิน แต่ผลกระทบต่อสมองนั้นไม่ดีแน่นอน

ปัจจุบันมีหลายองค์กรที่พยายามผลักดันให้มีการจัดการร้านอาหารบริเวณโรงเรียนให้เป็นไปอย่างถูกสุขลักษณะและมีประโยชน์ต่อนักเรียน ผมคิดว่าโรงเรียนเองก็เช่นกัน ต้องหันมารณรงค์โภชนาการของนักเรียนไม่ว่าจะอาหารเช้าหรือมื้อใดก็ตาม แล้วผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนจะดีขึ้นแน่นอนครับ

สำหรับงานวิจัย อ่านฉบับเต็มได้ที่ -> http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3737458/

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ประกาศขายสิทธิ์วันเกิด Starbucks ฟรี 1 แก้ว ราคา 150 บาท!!!



ไม่ผิดหรอกครับ ถ้าขายได้ ผมขายจริงๆ นะ ทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา เมื่อได้สิทธิ์ฟรี 1 แก้ว ไม่ว่าจะโอกาสใดก็ตาม ผมมักเลือกใช้กับเมนูที่แพงที่สุด อาจเป็นเมนูปั่นหรือเมนูชาเขียวก็ว่ากันไป และผมเชื่อว่าหลายๆ คนก็ทำเช่นนั้น

แต่ผลลัพธ์ที่ได้มันไม่ทำให้เรารื่นเริงใจเท่าไรนัก บางครั้งต้องทนดูดน้ำปั่นเย็นเจี๊ยบ ทั้งที่เกลียดน้ำเย็นเข้าไส้ บางครั้งต้องกินเมนูชื่อประหลาดแต่รสชาติไม่ต่างจากเมนูทั่วไป

ก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร คุ้มหรือเปล่า ถ้าเทียบกับราคามันก็คุ้มนะ แต่ถ้าเทียบกับความชอบส่วนตัวของเราแล้ว ไม่ช่วยให้ดีขึ้นเลย

ช่วงหลังมาผมจึงใช้สิทธิ์แก้วฟรีไปกับกาแฟ French Press หรือลาเต้ร้อนธรรมดาๆ ที่ราคาไม่น่าถือโชว์เท่าไร แต่ก็ดื่มอย่างภาคภูมิใจว่าตรูชอบ!!!

ตอนนี้ผมมีสิทธิ์วันเกิดอยู่ 1 แก้ว แถมยังเลือกเครื่องดื่มขนาดไหนก็ได้ด้วย แต่บอกตามตรงนะ ถ้าใช้จริงผมก็คงสั่งแค่ press ไซส์เล็ก หรือลาเต้ร้อนแก้ว tall เพิ่มช็อต ราคา 120 บาทเท่านั้น ทั้งที่จริงๆ แล้วผมเลือกเครื่องดื่มที่ราคา 200+ ได้ด้วยซ้ำไป

เพราะงั้นผมจึงอยากขายสิทธิ์นี่ไง ขายไป 150 บาท เอาไปซื้อกาแฟ 120 บาท กำไร 30 บาท เห็นๆ มันอาจถ่ายโอนสิทธิ์ไม่ได้ แต่เอางี้ไหมครับ ไปร้านพร้อมกัน สั่งอะไรก็ได้ตามใจคุณต้องการ แล้วจ่ายผมแค่ 150 บาท WIN ทั้งคู่!!!

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ทำไมแต้ม 1 และ 4 บนหน้าลูกเต๋า จึงใช้จุดสีแดง

* ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต


ลูกเต๋า เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มากว่า 5,000 ปี เห็นได้จากหลักฐานการขุดพบเกมกระดานที่เก่าแก่ที่สุดอย่าง Backgammon ทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอิหร่าน ในปัจจุบันยังมีการใช้ลูกเต๋ากันอย่างแพร่หลาย ในที่นี้ผมกำลังพูดถึงลูกเต๋าที่มี 6 หน้า ไม่ว่าจะใช้เพื่อการเล่นเกม การทำนายดวงชะตา หรือแม้กระทั่งในการศึกษาความน่าจะเป็นในทางคณิตศาสตร์ แต่เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าทำไมแต้ม 1 และ 4 บนหน้าลูกเต๋า ต้องเป็นจุดสีแดง ไม่ใช่สีดำเหมือนแต้มอื่นๆ

ลูกเต๋า 6 หน้า ในปัจจุบันมีหลายชนิด หลักๆ ก็มีอยู่ 3 ชนิด คือ

1. ลูกเต๋าแบบตะวันตก จุดที่ใช้แทนแต้มจะมีขนาดเท่ากันและเป็นสีดำทั้งหมด

2. ลูกเต๋าสำหรับคาสิโน ลูกเต๋าประเภทนี้จะต้องมีการผลิตให้น้ำหนักของหน้าลูกเต๋าทั้ง 6 หน้า มีน้ำหนักเท่ากันทั้งหมด ไม่มีการคลาดเคลื่อนจากจำนวนแต้ม หากแต้มน้อยก็จะต้องใช้แต้มที่มีขนาดใหญ่กว่า หรือลงสีเป็นปริมาณที่มากกว่า เพื่อให้มีน้ำหนักเท่ากับหน้าอื่น

3. ลูกเต๋าแบบเอเชีย เป็นลูกเต๋าที่เราคุ้นเคยกันดี มีลักษณะคล้ายกับแบบตะวันตก แต่จุดบนหน้าแต้ม 1 จะมีขนาดใหญ่กว่าแต้มอื่นๆ และการลงจุดในแต่ละหน้ามีความหนาแน่นของจุดมากกว่าแบบตะวันตก และที่สำคัญ แต้ม 1 และ 4 ใช้จุดที่เป็นสีแดงนั่นเอง

ว่ากันว่าลูกเต๋าแบบเอเชียมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนในสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368-1643) จักรพรรดิพระองค์หนึ่งในขณะนั้น ขณะทรงเล่นเกมกระดาน Sugoroku กับพระมเหสีและทรงใกล้แพ้ มีหนทางเดียวที่จะสามารถพลิกกลับมาชนะได้คือพระองค์ต้องทอดลูกเต๋าทั้งสามลูกและได้แต้ม 4 ทั้งหมด ซึ่งมันเกิดขึ้นจริง พระองค์ทรงดีพระทัยมากจึงมีรับสั่งให้ทาสีแดงบนแต้ม 4 ของลูกเต๋าที่จะผลิตในภายหลังจากนี้ไปทุกลูก เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของความดีพระทัยของพระองค์

แล้วแต้ม 1 มีเหตุผลอะไรถึงต้องเป็นสีแดง อันนี้ไม่เกี่ยวกับจักรพรรดิแต่ก็เป็นเหตุผลของมนุษย์แดนมังกรเช่นกันครับ เป็นความเชื่อว่าการมีพื้นหลังสีขาวแล้วมีลูกกลมๆ สีดำ ถือเป็นลางร้ายนั่นเอง (แต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมแต้มอื่นนอกจาก 4 จึงไม่มีปัญหา)

ข้อมูลจาก: TheCardZ, GamesMuseum และ Wikipedia

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

บล็อกนั้น สำคัญไฉน

"Just a small blog of one simple teacher..."


ผมเคยเขียนบล็อกแล้วก็หยุดไป เขียนๆ หยุดๆ มา 2-3 รอบ เปลี่ยน weblog มาก็หลายเจ้า ตามแต่อารมณ์ รู้สึกสนุกกับการเขียนแต่พอไม่ค่อยมีใครเข้ามาอ่านก็เบื่อและหยุดเขียนไป

มีโอกาสได้ไปอบรมเกี่ยวกับการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 วิทยากรได้แนะนำให้ใช้บล็อก ผมจึงมีโอกาสได้กลับมาเขียนบล็อกอีกครั้ง และคิดว่าคงจะเขียนไปเรื่อยๆ ไม่หยุดแล้วแหละคราวนี้

ผมคิดว่าบล็อกนั้นสำคัญไม่แพ้การใช้สังคมออนไลน์อื่นๆ เลย เท่าที่พอจะทราบคือต่างชาตินี่เค้าให้ความสำคัญกับการเขียนบล็อกมากนะ เพราะเป็นที่แสดงความคิดเห็น ที่ประชาสัมพันธ์ ที่แสดงความเป็นตัวตนของเราให้ผู้อื่นได้รับทราบ

เหมือนกับว่าการใช้สังคมออนไลน์อื่นๆ ก็ทำได้ใช่ไหมครับ ล่าสุดที่ผมสมัครเพื่อคัดเลือกเป็นผู้เข้าร่วมงาน TEDxBangkok ที่กำลังจะมีขึ้นเป็นครั้งแรก มีช่องสำหรับให้ผู้สมัครกรอกเว็บไซต์ของตัวเอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ "ให้รู้จักตัวเรามากขึ้น" เกิดปัญหาละสิครับ บล็อกเก่าก็หยุดเขียนไปประมาณ 3 ปี แล้ว จะลงหน้าเฟซบุ๊คเราก็ไม่ได้เปิดสาธารณะเอาไว้ และมันก็ดูจะเป็นส่วนตัวเกินไปสำหรับสิ่งนี้ด้วย อีกอย่าง คงไม่มีใครอยากเข้ามาอ่านเราบ่นโน่นนี่บนหน้าเฟซบุ๊คกระมัง

สุดท้ายก็ต้องใส่หน้าบล็อกเก่าที่นิ่งมานานเพื่อแก้ขัด พลันคิดถึงการเขียนบล็อกอีกครั้ง ผมมีโอกาสได้เขียนบทความบ้างลงในฟังก์ชันเขียนบทความของเฟซบุ๊ค แต่ก็ไม่ค่อยมีใครกดเข้ามาอ่าน จะเขียนแล้วโพสท์ลงสเตตัสไปเลยมันก็ดูยาวกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับสเตตัสเฟซบุ๊ค ก็เลยมาจบลงที่ Blogspot (หรือ Blogger) นี่แหละครับ จาก weblog เก่าที่เคยใช้ Wordpress แต่ด้วยความที่ปัจจุบันการให้บริการต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตมักจะเชื่อมโยงกันหมด ผมเองก็เป็นผู้ใช้บริการของ Google อยู่หลายบริการ จึงต้องจบที่ weblog ของ Google เช่นกัน

หลักๆ ก็คงจะเขียนแบบมีสาระบ้าง ไม่มีสาระบ้าง อาจเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ การเรียนการสอนคณิตศาสตร์ เรื่องของกาแฟในมุมมองของผม และความบ้าหนังซุปเปอร์ฮีโร่ของผมก็เช่นกัน เอาเป็นว่า ยินดีต้อนรับทุกท่านที่เข้ามาเยือนบล็อกของผม จะทั้งตั้งใจก็ดี ไม่ตั้งใจก็ดี ใครทึ่เบื่อจะอ่านผมบ่นในเฟซบุ๊คแล้ว ก็มาอ่านบล็อกนี้ก็ได้ครับ มีสาระกว่าเยอะ 555