แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระน่ารู้ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระน่ารู้ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อาหารเช้า... คอร์สเพิ่มเกรดง่ายๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเอง

* ภาพประกอบจาก Pantip.com


คงไม่มีใครปฏิเสธว่าอาหารเช้านั้นไม่สำคัญ ไม่ใช่เพียงช่วยให้เราอิ่มหลังจากที่ท้องว่างมาตลอดทั้งคืนที่เรานอน ล่าสุดมีงานวิจัยจากต่างประเทศที่บอกว่าอาหารเช้านั้นช่วยให้เด็กมีผลการเรียนที่ดีขึ้นอีกด้วย

วิถีชีวิตของคนกรุงเทพนั้นอยู่บนความรีบเร่งตลอดเวลา เด็กบางคนต้องทานอาหารเช้าบนรถ บางคนได้แซนด์วิชสักชิ้นก็ยังดี บางคนแค่นมกล่องเดียวก็คิดว่าพอแล้ว

ผมสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนโรงเรียนผมในตอนเช้า มีเพียงไม่ถึง 30% โดยประมาณที่มาทานอาหารเช้าที่โรงอาหาร และใน 30% นั้น กว่า 1 ใน 3 ทานเพียงแค่ขนมปังปิ้ง แซนด์วิช ข้าวปั้นสาหร่าย หรืออาจเพียงแค่นมสักกล่อง

คำว่าอาหารเช้าในทางโภชนศาสตร์นั้นหมายถึงอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ เพราะฉะนั้น การทางแซนด์วิช หรือข้าวเหนียวหมูปิ้ง ซึ่งเป็นอาหารเช้ายอดนิยมของเด็กๆ หลายคนนั้นไม่ถูกต้องเลย เรียกว่าเหมือนทานขนมเล่นๆ ไม่ได้ทานอาหารเช้าจริงๆ

มีการศึกษากว่า 21 งาน ในช่วงปี ค.ศ. 1996 - 2013 เกี่ยวกับผลของอาหารเช้าที่มีต่อการพัฒนาความคิดและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กๆ ผลการศึกษาส่วนใหญ่เป็นไปในทางเดียวกัน งานวิจัย 3 ชิ้น เห็นผลชัดเจนต่อพัฒนาการด้านผลการเรียนวิชาคณิตศาสตร์และทักษะการคิดคำนวณ และมี 4 งานวิจัย กล่าวว่าทักษะการคิดคำนวณของนักเรียนนั้น สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (significantly higher)

การศึกษาส่วนใหญ่คือการลงไปควบคุมโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนโดยดูแลการรับประทานอาหารเช้าของเด็กให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักโภชนาการ ตัวแปรตามของการศึกษาคือเกรดจากการเรียนและคะแนนการทดสอบมาตรฐานที่นักเรียนต้องเข้ารับ

ผลการศึกษาจะเห็นชัดเจนและมีความสอดคล้องกันยิ่งขึ้นในนักเรียนกลุ่มที่ไม่ได้รับการดูแลจากผู้ปกครองในเรื่องอาหารเท่าไรนัก และจะเห็นผลมากในเด็กอายุไม่ถึง 13 ปี

สำหรับผมเองนั้น ได้เริ่มรับประทานอาหารเช้าอย่างจริงจังก็ตอนที่มาศึกษาในมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ ด้วยเหตุผลคือรู้สึกว่าการใช้ชีวิตในกรุงเทพนั้นต้องใช้พลังงานจำนวนมาก ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นวันที่ยุ่งเพียงใด ผมจะต้องหาเวลาในการทานอาหารเช้าให้ได้เสมอ

เรารับประทานอาหารเย็นกันประมาณ 6 โมง ถึง 1 ทุ่ม สำหรับเด็กนักเรียนแล้ว หากไม่ได้ทานอาหารเช้า กว่า 13 ชั่วโมง ที่ไม่มีอาหารตกถึงท้องเลย ก็ต้องเข้าเรียนคาบที่ 1 เด็กหลายคนตื่นสาย มาโรงเรียนสาย และไม่ได้ทานอาหารเช้า ถึงแม้จะสามารถทนได้เพราะความเคยชิน แต่ผลกระทบต่อสมองนั้นไม่ดีแน่นอน

ปัจจุบันมีหลายองค์กรที่พยายามผลักดันให้มีการจัดการร้านอาหารบริเวณโรงเรียนให้เป็นไปอย่างถูกสุขลักษณะและมีประโยชน์ต่อนักเรียน ผมคิดว่าโรงเรียนเองก็เช่นกัน ต้องหันมารณรงค์โภชนาการของนักเรียนไม่ว่าจะอาหารเช้าหรือมื้อใดก็ตาม แล้วผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนจะดีขึ้นแน่นอนครับ

สำหรับงานวิจัย อ่านฉบับเต็มได้ที่ -> http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3737458/

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ทำไมแต้ม 1 และ 4 บนหน้าลูกเต๋า จึงใช้จุดสีแดง

* ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต


ลูกเต๋า เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับมนุษย์มากว่า 5,000 ปี เห็นได้จากหลักฐานการขุดพบเกมกระดานที่เก่าแก่ที่สุดอย่าง Backgammon ทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศอิหร่าน ในปัจจุบันยังมีการใช้ลูกเต๋ากันอย่างแพร่หลาย ในที่นี้ผมกำลังพูดถึงลูกเต๋าที่มี 6 หน้า ไม่ว่าจะใช้เพื่อการเล่นเกม การทำนายดวงชะตา หรือแม้กระทั่งในการศึกษาความน่าจะเป็นในทางคณิตศาสตร์ แต่เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าทำไมแต้ม 1 และ 4 บนหน้าลูกเต๋า ต้องเป็นจุดสีแดง ไม่ใช่สีดำเหมือนแต้มอื่นๆ

ลูกเต๋า 6 หน้า ในปัจจุบันมีหลายชนิด หลักๆ ก็มีอยู่ 3 ชนิด คือ

1. ลูกเต๋าแบบตะวันตก จุดที่ใช้แทนแต้มจะมีขนาดเท่ากันและเป็นสีดำทั้งหมด

2. ลูกเต๋าสำหรับคาสิโน ลูกเต๋าประเภทนี้จะต้องมีการผลิตให้น้ำหนักของหน้าลูกเต๋าทั้ง 6 หน้า มีน้ำหนักเท่ากันทั้งหมด ไม่มีการคลาดเคลื่อนจากจำนวนแต้ม หากแต้มน้อยก็จะต้องใช้แต้มที่มีขนาดใหญ่กว่า หรือลงสีเป็นปริมาณที่มากกว่า เพื่อให้มีน้ำหนักเท่ากับหน้าอื่น

3. ลูกเต๋าแบบเอเชีย เป็นลูกเต๋าที่เราคุ้นเคยกันดี มีลักษณะคล้ายกับแบบตะวันตก แต่จุดบนหน้าแต้ม 1 จะมีขนาดใหญ่กว่าแต้มอื่นๆ และการลงจุดในแต่ละหน้ามีความหนาแน่นของจุดมากกว่าแบบตะวันตก และที่สำคัญ แต้ม 1 และ 4 ใช้จุดที่เป็นสีแดงนั่นเอง

ว่ากันว่าลูกเต๋าแบบเอเชียมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีนในสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368-1643) จักรพรรดิพระองค์หนึ่งในขณะนั้น ขณะทรงเล่นเกมกระดาน Sugoroku กับพระมเหสีและทรงใกล้แพ้ มีหนทางเดียวที่จะสามารถพลิกกลับมาชนะได้คือพระองค์ต้องทอดลูกเต๋าทั้งสามลูกและได้แต้ม 4 ทั้งหมด ซึ่งมันเกิดขึ้นจริง พระองค์ทรงดีพระทัยมากจึงมีรับสั่งให้ทาสีแดงบนแต้ม 4 ของลูกเต๋าที่จะผลิตในภายหลังจากนี้ไปทุกลูก เพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของความดีพระทัยของพระองค์

แล้วแต้ม 1 มีเหตุผลอะไรถึงต้องเป็นสีแดง อันนี้ไม่เกี่ยวกับจักรพรรดิแต่ก็เป็นเหตุผลของมนุษย์แดนมังกรเช่นกันครับ เป็นความเชื่อว่าการมีพื้นหลังสีขาวแล้วมีลูกกลมๆ สีดำ ถือเป็นลางร้ายนั่นเอง (แต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมแต้มอื่นนอกจาก 4 จึงไม่มีปัญหา)

ข้อมูลจาก: TheCardZ, GamesMuseum และ Wikipedia